อาหารที่ควร หรือไม่ควรทานสำหรับคนเป็นโรคเก๊าต์เพื่อช่วยในการรักษาโรคเก๊าท์

อย่างที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่า “กรดยูริก” คือ สารที่เป็นตัวการทำให้เกิดข้ออักเสบในผู้ป่วยโรคเกาต์ สาเหตุสำคัญก็มาจาก “สารพิวรีน” ทั้งที่มีอยู่ในร่างกายและที่มีอยู่ในอาหาร และวิธีการจำกัดอาหาร จะช่วยควบคุมกรดยูริกได้เฉพาะกรดยูริกที่เกิดจากสารพิวรีนที่ได้มาจากอาหารที่รับประทานเท่านั้น ในผู้ป่วยโรคเกาต์เอง เมื่อมาพบแพทย์ก็มักจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์กลับไปในเรื่องการปฏิบัติตัว การใช้ชีวิตประจำวัน การทำงานบางอย่างที่มีข้อยกเว้น และข้อแนะนำที่สำคัญก็คือ การปฏิบัติตัวให้เกิดขึ้นกับพฤติกรรมการกินที่ผู้ป่วยหลายคนบอกว่า เปลี่ยนไปเพราะโรคเกาต์ อาหารที่ควร หรือไม่ควรทานสำหรับคนเป็นโรคเก๊าต์ เราสามารถแบ่งออกได้เป็น 3กลุ่ม ตามปริมาณของสารพิวรีนในอาหาร 1. อาหารที่มีสารพิวรีนมาก อาหารที่มีสารพิวรีนมากจะมีผลต่อการอักเสบของโรคเกาต์ และมีผลอย่างมากต่อการเกิดโรคเกาต์ สำหรับอาหารที่มีสารพิวรีนมากที่ผู้ป่วยโรคเกาต์ควรงดเว้นและหลีกเลี่ยง ได้แก่ ตับ, น้ำต้มเนื้อ, น้ำเกาเหลา, ไต, น้ำสกัดจากเนื้อเข้มข้น, ตับอ่อน, น้ำซุปใส, ปลาไส้ตัน, น้ำปลาและกะปิจากปลาไส้ตัน, ปลาซาร์ดีน, ยีสต์และอาหารหมักจากยีสต์ เช่น เบียร์, หอยเชลล์, ปลาทู, ปลารัง, เนื้อไก่, เป็ด, นก และไข่ปลา อาหารที่ไม่ควรกินสำหรับคนเป็นเกาต์ อาหารที่ไม่ควรทานสำหครับคนเป็นโรคเกาต์ (gout)… Read more“อาหารที่ควร หรือไม่ควรทานสำหรับคนเป็นโรคเก๊าต์เพื่อช่วยในการรักษาโรคเก๊าท์”

การรักษาโรคเก๊าท์นั้นต้องพักการใช้ข้อที่มีภาวะการอักเสบ

โรคเก๊าท์เป็นอาการอักเสบที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน(acute)พบได้บ่อยในมนุษย์เพศชายและสัตว์จำพวกลิง เนื่องจากไม่สามารถสลายกรดยูริคเอซิดที่เกิดข้นในเลือดตามธรรมชาติได้ สาเหตุการเกิดโรคเก๊าท์โดยมากนั้นเกิดมาจากการรับประทานอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่นสัตว์ปีก อาหารทะเลบางอย่าง ละพืชบางอย่างเช่นแตงกวาเป็นต้นเนื่องจากสัตว์และพืชเหล่านี้มีปริมาณพิวรีนสูงซึ่งสามารถเปลี่ยนไปเป็นกรดยูริคได้ในร่างกายมนุษย์ กระบวนการในการเกิดเกีาต์นั้นสืบเนื่องมาจากการสะสมของuric acidในกระแสเลือดจนทำให้เกิดการตกตะกอนเป็น monosodium urate ตามเนื้อเยื่อต่างๆรวมถึงในข้อด้วย ซึ่งเมื่ออาการแสดงเต็มที่ จะทำให้ไตทำงานบกพร่องเนื่องจากกลไกการขับกรดยูริคของไตผิดปกติ และเมื่อมีกรดยูริกในทางเดินปัสสาวะเป็นปริมาณสูงๆ ก็จะทำให้เกิดนิ่วตามมา การรักษาโรคเก๊าท์นั้นต้องพักการใช้ข้อที่มีภาวะการอักเสบ ในปัจจุบันการรักษาโรคเก๊าท์นิยมใช้ยาต้านการอักเสบพวก non-steroidal หรือพวก NSAIDs ยาโคชลชิซิีน(colchicine) ทั้งนี้ทั้งนั้น ปัจจัยด้านน้ำหนักก็ส่งผลต่อโรคเกีาท์ด้วยเช่นกันในผู้มีภาวะน้ำหนักเกินและงดดื่มแอลกอฮอลล์เนื่องจาก การสะสมของแล็คเทสในเลือดจะไปยับยั้งการขับกรดยูริคออกจากไต ทำให้การรักษาโรคเก๊าท์นั้นไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะเป็น ในปัจจุบันการรักษาโรคเก๊าท์ทางการแพทย์แผนปัจจุบันนั้น นั้นจะใช้การต้านการอักเสบควบคู่ไปกับยาขับกรดยูริคเอซิดเช่น Probenecid หรือยาลดการสร้างกรดยูริค เช่น Allopurinol