วิธีการเตรียมตัวในการอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

เมื่อวัยผู้สูงอายุมาถึงบางครั้งเกิดการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากบางคนทำงานมาตลอดชีวิตแต่ต้องหยุดทำงานลงกระทันอาจจะเกิดความไม่คุ้นชิน เหงา หรือรู้สึกตัวเองไร้ค่า ดังนั้นเรามาดูวิธีการเตรียมตัวในการอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเมื่อถึงวัยนั้นกันดีกว่า 1. การเตรียมตัวด้านการเงินและที่อยู่อาศัย เราต้องกำหนดรูปแบบการใช้ชีวิตในวัยเกษียณมาก่อนล่วงหน้าเพื่อที่จะได้เกษียณอย่างฉลาดและถูกต้อง เช่น การออมเงินเพื่อทรัพย์สินที่อยู่ อาศัย และรายจ่ายเพื่อการดำรงชีพกรณีไม่มีบำนาญหรือไม่มีบุคคลพึ่งพา การทำประกันสุขภาพ 2. การเตรียมตัวด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดเนื้อสัตว์ไขมัน รับประทานผัก ผลไม้และปลามากขึ้น การออกกำลังกาย พักผ่อนนอนหลับให้เต็มที่ งดเหล้าบุรี่สิ่งเสพติด ดูแลสุขภาพจิตฝึกจิตให้สงบ 3. การเตรียมตัวด้านการมีส่วนร่วมกิจกรรมในสังคม วางแผนกิจกรรมความสัมพันธ์สังสรรค์กับเพื่อนฝูง กับครอบครัว ร่วมเป็นสมาชิกในองค์กรที่ชื่นชอบ เพื่อทำให้ตัวเองมีกิจกรรมอยู่เสมอ และรู้สึกว่าตนเองมีค่าและเป็นที่ต้องการ เป็นต้น

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกับการดูแลผู้สูงอายุด้านสุขภาพจิต

ผู้สูงอายุมักมีปัญหาด้านสุขภาพจิตเสมอ สถิติในปี พศ. 2550 ในสหรัฐอเมริกา พบผู้สูง อายุที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตจนนำไปสู่การฆ่าตัวตาย 14.3 คนต่อผู้สูงอายุ 100,000 คน ซึ่งในกลุ่มคนทั่วไปอัตราการฆ่าตัวตายคือ 11.3 คนต่อประชากร 100,000 คน ทั้งนี้เกิดจากเหตุผลดัง ได้กล่าวแล้วว่าเป็นวัยแห่งการสูญเสียและสิ้นพลัง จึงมักมีอาการซึมเศร้า กลัวเหงา ขาดความรัก ไม่เป็นที่ต้องการ และขาดความมีศักดิ์ศรี ดังนั้นการดูแลผู้สูงอายุจึงต้องให้ความรักความนับถือเหมือนเมื่อครั้งผู้สูงอายุยังอยู่ในวัยทำงาน ให้ความเข้าใจ มีเวลาให้บ้าง สั่งสอนอบรมให้ลูกหลานยังคงเคารพนับถือ ไม่แสดงให้ผู้ สูงอายุรู้สึกว่าเป็นภาระ หมดคุณค่า เป็นที่ไม่ต้องการ หาทางช่วยเสริมสร้างศรัทธาในตนเองให้ กับผู้สูงอายุเช่น การได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมผู้สูงอายุด้วยกัน การได้มีส่วนร่วมในการดูแลครอบ ครัวโดยให้เหมาะสมกับสุขภาพผู้สูงอายุ การยังเป็นที่เคารพนับถือของคนในครอบครัวที่อาวุโสน้อยกว่า ผู้สูงอายุควรมีโอกาสได้เข้าสังคมที่เหมาะสม การที่ต้องอยู่แต่ในบ้าน ขาดเพื่อนในวัยเดียวกัน หรือขาดคนพูดคุยผ่อนคลายความเหงา ยิ่งเป็นการบั่นทอนสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ ผู้ดูแลและครอบครัวควรคอยสังเกตอาการซึมเศร้าของผู้สูงอายุเสมอ เมื่อมีอาการมาก หรือครอบครัวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพิ่มเติม : www.srivareehealthcare.com